วิเคราะห์บอล สวีเดน vs สวิตเซอร์แลนด์

วิเคราะห์บอล สวีเดน vs สวิตเซอร์แลนด์

วิเคราะห์บอล ทีมสวีเดน ตีตั๋วเข้ามาเพลย์อ๊อฟในฐานะแชมป์กลุ่ม 6 โดยการมาเยือนแดนนาฬิกาหนนี้ ทีมของ ยอร์เก้น เลนนาร์ทสัน มีปัญหาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเจ้าบ้านเลย เพราะมีลิสต์ตัวเจ็บยาวเหยียด โดยความเสียหายใหญ่เห็นจะเป็นอาการเดี้ยงของ ราสมุส เอล์ม มิดฟิลด์ อาแซ่ด อัล์คมาร์นอกจากนั้นทีมเยือนจะไม่มี อิโว เพคัลสกี้ ที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่า รวมถึงสองตัวแบนทั้ง โยเอล เอคสตรานด์และ มาร์ติน โอลส์สัน โดยในรายของ เอล์ม ยังต้องรอดูอาการว่าจะเรียกความฟิตทันแมตช์รีเทิร์นที่ มัลโม หรือไม่ โดยส่วนของ เลนนาร์ทสัน จะคุมทีมส่งท้ายก่อนผันตัวไปรับงานระดับสโมสรกับทีม สตาบีค ในลีกนอร์เวย์

ผลงานที่ผ่านมา

ทีมชาติสวีเดน นั้นเป็นตัวแทนทีมฟุตบอลชายของประเทศสวีเดน ซึ่งพวกเขาอยู่ภายใต้การควบคุมและดูแลของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งชาติของประเทศสวีเดนสนามเหย้าของทีมชาติสวีเดนนั้น โดยปรกติ จะใช้สนาม เฟรนด์ส อารีน่า ณ ในกลางเมืองสต็อคโฮล์ม ในการจัดการแข่งขันในประวัติศาสตร์นั้น ทีมชาติสวีเดนได้ทำการเดบิวต์ในเวทีระดับโลกครั้งแรกเมื่อปี 1934 ในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายทีมชาติสวีเดนนั้นเคยผ่านเข้ารอบสุดท้ายของรายการฟุตบอลโลกมาแล้วถึง 11 ครั้งด้วยกัน และพวกเขาก็เคยผ่านเข้ารอบสุดท้ายของทัวร์นาเม้นต์ ยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนชิพ อีก 6 ครั้งในศึกทัวร์นาเม้นต์ ซัมเมอร์โอลิมปิค ในปี 1948 ทีมชาติสวีเดนสามารถผงาดคว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ และสามารถคว้าเหรียญทองแดงมาครองได้ในโอลิมปิค 1924 และ 1952ทีมชาติสวีเดนนั้นเคยทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจเมื่อพวกเขาสามารถคว้าอันดับสามจากทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลโลกมาได้ในปี 1950 และในปี 1994 แต่ความสำเร็จที่ใกล้เคียงที่สุดและที่น่าเสียดายที่สุดนั่นก็คือในศึกฟุตบอลโลก 1958 ซึ่งพวกเขานั้นคว้ารางวัลรองชนะเลิศมาครองส่วนในเวทียุโรป ทีมชาติสวีเดนเคยทำผลงานได้ดีที่สุดในศึกยูโร 1992 ซึ่งพวกเขาสามารถทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จในยุคของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช นั้นถือว่าเป็นหนึ่งในยุครุ่งเรื่องของทีมชาติสวีเดน ซึ่งทำให้เกมรุกของพวกเขาดูอันตรายขึ้นมาก และหลายๆคนคงยังจำได้ในเกมที่พวกเขาพลิกชนะทีมชาติอังกฤษ ไปอย่างสุดมันส์ด้วยสกอร์ 4-2 และเป็นประตูจากซลาตันคนเดียวทั้งหมด โดยเฉพาะในลูกสุดท้ายที่เขาทำการจักรยานอากาศนอกเขตโทษเข้าประตูไปอย่างสุดอัศจรรย์ อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่ ซลาตันตัดสินใจแขวนสตั๊ดในนามทีมชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สวีเดนห่างหายจากสารบบฟุตบอลโลกไปใน 2 ครั้งล่าสุด และไม่สามารถผ่านเข้ารอบ ยูโร 2016 ได้ ทำให้ “ไวกิ้ง” ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงเปลี่ยนแปลงแรก พวกเขาเลือก ยานเน่ แอนเดอร์สสัน เข้ามาใช่งาน และพาทีมผงาดโชว์ผลงานอย่างยอดเยี่ยม ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก พวกเขาอยู่ร่วมกลุ่มเอ กับสองทีมแกร่งอย่าง ฝรั่งเศส และฮอลแลนด์ แต่ สวีเดน สร้างเซอร์ไพรส์ แซง “อัศวินสีส้ม” เข้ารอบสุดท้าย ในตำแหน่งที่ 2 ของกลุ่ม ด้วยการยิงมากถึง 26 ประตู มากกว่าแชมป์กลุ่มอย่าง ฝรั่งเศส 8 ประตู และเสียเพียง 9 ลูกเท่านั้นการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ 2 พวกเขาเรียกที่จะไม่เรียกนักเตะอย่าง สลาตัน อิบราฮิโมวิช เป็นเครื่องยืนยันอย่างชัดเจนว่า “ไวกิ้ง” หาตัวตายตัวแทนขึ้นมาตำนานอย่าง สลาตัน ได้เรียบแล้ว ซึ่งในตำแหน่งกองหน้า มาร์คุส เบิร์ก โชว์ผลงานได้อย่างสุดยอดในรอบคัดเลิือกด้วยการยิงไปถึง 8 ประตูฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ ชั้นดีว่า สวีเดน ยุคนี้ ที่เต็มไปด้วยผู้เล่นช่วงวัยกำลังพอเมาะ จะขึ้นมาดีกว่ายุคก่อนๆ ได้หรือไม่หลัง พวกเขาเคยเข้าไปรอบลึกสุดคือรอบ ชิงชนะเลิศ ในปี 1958 และคว้าอันดับ 3 สองครั้งในปี 1950 และ1994

สวิตเซอร์แลนด์ และ สวีเดน ต้องโคจรมาพบกันในรอบเพลย์อ๊อฟของศึก ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโร รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ภายหลังต่างฝ่ายต่างจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยการเป็นแชมป์สาย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นของเทรนเนอร์ทั้งสองชาติ คือ ก่อนเกมสำคัญทีมต้องเผชิญทางเลือกในการจัดทัพที่มีอยู่จำกัดนอกเหนือจากอาการบาดเจ็บและการติดโทษแบนของลูกทีมแล้ว ทั้งฝั่งเจ้าบ้าน สวิส รวมไปถึงตัวแทนจากสแกนดิเนเวีย ต่างต้องเจอกับอุปสรรคที่มิอาจหลีกเลี่ยงก็คือ การดึงตัวคีย์แมนขึ้นไปช่วยทีมชุดใหญ่หวดรอบคัดเลือกศึก “ยูโร 2012” ทำเอาเทรนเนอร์ของสองทีมต้องปรับทัพกันวุ่น ปิแอร์ลุยจิ ทามี กุนซือ สวิส ต้องปล่อยตัวหลักอย่าง อีเรน เดอร์ดิย็อก ศูนย์หน้าสังกัด เลเวอร์คูเซ่น รวมถึง ฟร็องซัวส์ อัฟฟอลแตร์, เซอร์ดาน ชากิรี, วาเลนติน สต็อกเกอร์และ โมเรโน่ คอสตานโซ่ ขึ้นไปเสริมกำลังให้กับทีมชาติชุดใหญ่ ทว่า ทามี ยืนยันว่าไม่รู้สึกแปลกใจ เนื่องจากเป็นวัฏจักรที่หมุนเวียนขึ้นเป็นปกติขณะเดียวกัน ทามี ยอมรับว่า การสนับสนุนนักเตะให้กับทีมของ อ็อตมาร์ ฮ้ตซ์เฟลด์ ถือว่าสำคัญ เพราะความสำเร็จของทีมชุดใหญ่ถือเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของสมาคมและคนสวิส ส่วนเรื่องความพร้อมนอกเหนือจาก 5 รายข้างต้นแล้ว นัดนี้ทีมเจ้าถิ่นจะไม่มี กาเอตาโน่ เบราร์ดี้ กองหลังดาวรุ่งจาก เบรสชา ที่ติดโทษแบน

ผลงานที่ผ่านมา

ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ นั้นเป็นตัวแทนทีมฟุตบอลชายของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยพวกเขาอยู่ภายใต้การควบคุมและดูแลของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งชาติของประเทศสวิตเซอร์แลนด์โดยสัญลักษณ์ของทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ (ASF-SFV) นั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากรากภาษาของสวิตเซอร์แลนด์ทั้งสามภาษา โดย ASF นั้นมาจากภาษาฝรั่งเศส และอิตาเลี่ยน ส่วน SFV มาจากภาษาเยอรมัน อย่างไรก็ตามในภาษาโรมาเนี่ยนนั้น สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งชาติของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ถูกย่อด้วยตัวอักษร ASB

ในเวทีระดับโลกนั้น ผลงานที่ดีที่สุดของทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์คือการที่พวกเขาสามารถทะลุเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้ถึง 3 ครั้ง ในศึกฟุตบอลโลกปี 1934, 1938, และในปี 1954 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพเอง ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์นั้นยังเคยคว้าเหรียญเงินในทัวร์นาเม้นต์ โอลิมปิค ปี 1924 มาได้อีกด้วย

ทีมเยวชนของสวิตเซอร์แลนด์นั้น นับว่ามีผลงานที่ดีกว่าทีมชาติชุดใหญ่ เนื่องจากพวกเขาเคยคว้าแชมป์ยูโร 2002 ในรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี และคว้าแชมป์โลก 2009 ในรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีมาแล้วอีกด้วยในทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลโลกปี 2006 ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ได้สร้างสถิติให้กับวงการลูกหนัง โดยพวกเขานั้นตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายโดยที่ไม่เสียประตูเลยแม้แต่ประตูเดียวตลดอการแข่งขัน ซึ่งในแมตช์รอบตัดเชือก พวกเขาพ่ายการดวลจุดโทษต่อยูเครน โดยที่นักเตะทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ไม่สามารถยิงจุดโทษเข้าได้เลยแม้แต่คนเดียวในแมตช์ดังกล่าว ซึ่งก็เป็นสถิติใหม่ของฟุตบอลโลกเช่นกันอย่างไรก็ตามพวกเขานั้นสามารถรักษาสถิติไม่เสียประตูให้ใครได้ยาวนานจนถึงฟุตบอลโลก 2010 ในเกมที่พบกับทีมชาติชิลี ท้ายที่สุดพวกเขาก็พลาดท่าเสียประตูในนาทีที่ 74 ในเกมดังกล่าว แต่สถิตินี้ก็ยังถือว่าเป็นสถิติไม่เสียประตูที่ยาวนานที่สุดจากการจัดอันดับของฟีฟ่า

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

สวีเดน

โรบิน โอลเซ่น – มิคาเอล ลุสติก, วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, อันเดรียส กรานควิสต์, ลุดวิก เอากุสตินส์สัน-วิคเตอร์ เคลสเซ่น,เซบาสเตียน ลาร์สสัน, อัลบิน เอคดาล, เอมิล ฟอร์สเบิร์ก-โอล่า ตอยโวเน่น, มาร์คุส เบิร์ก

สวิตเซอร์แลนด์

ซอมเมอร์, ลิชท์สไตเนอร์,อคันจิ, โรดริเกวซ, ชาร์, ชาก้า, เบห์รามี, เชไมลี, ชาคิรี, เอ็มโบโล, กาฟราโนวิช

ความหน้าจะเป็นของการแข่งขัน

จากผลงานในรอบคัดเลือกเห็นได้ชัดว่าบอลสวนกลับเร็วของ ปิแอร์ลุยจิ ทามี นั้นดูจะประสบผลกับการเล่นเกมเยือนมากกว่า แต่กระนั้น สวิตเซอร์แลนด์ ก็ยังโชว์ฟอร์มเกมเหย้าได้ดีพอตัว แม้แนวรุกจะผลิตสกอร์ได้น้อยไปหน่อยก็ตาม ซึ่งการกลับมาเฝ้ารังหนนี้แน่นอนว่า สวิส คงหวังไกลถึง “สามแต้ม” สถานเดียวและวัดภาพรวมแล้วพวกเขาดูเป็นต่อผู้มาเยือนอยู่บ้างในเรื่องของสภาพแวดล้อม  ทว่าเมื่อวัดกันเรื่องฟอร์มการเล่นแล้ว เป็นทาง สวีเดน ที่ทำผลงานได้คงเส้นคงวากว่า โดยทีมจากสแกนดิเนเวียเพิ่งแพ้เพียงครั้งเดียวจาก 10 เกมหลังสุด “ที่สำคัญ” แนวรุกสวีดิช เจาะตาข่ายคู่แข่งได้ทุกนัด แถมยังเป็นการคว่ำคู่แข่ง 4 จาก 5 แมตช์ท้าย ซึ่งพิจารณาจากภาพรวมแล้ว สวีเดน ชุดนี้น่าจะอาศัยความสดบุกมาต่อเจ้าบ้านได้อย่างสูสีและบุกมายื้อผลเสมอกลับถิ่นได้รอง สวีเดน ปป

ผลการแข่งขันที่คาด

เจ๊า 1-1, สวีเดน บุกเชือด 1-0

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Powered by Live Score & Live Score App